SP_Ladplakao62's profileA Small Home On Cyber Wo...PhotosBlogListsMore Tools Help
 

A Small Home On Cyber World :

This is a place where you can visit any time you like. I'm so sorry for anyone who cannot read/understand Thai language, however; you can leave your messages for me in English so that I can visit yours. Million thanks for visitting this space.
Photo 1 of 14

BACK TO THE NATURE



กลับคืนสู่ธรรมชาติ

saraburi02
บ่อที่ถูกขุดขึ้นมาเพื่อนำดินมาถมที่เพื่อทำการปลูกไม้ยืนต้น มีเนื้อที่ของบ่อประมาณ 1 ไร่ ความลึกของบ่อประมาณ 5 เมตร
          ห่างหายจากการเขียนเรื่องราวต่างๆ ลงบล็อกมานาน วันนี้เป็นวันอาสาฬหบูชาและเป็นวันหยุดพักผ่อน จึงพอจะมีเวลารวบรวมเรื่องราวที่ห่างหายไปมาเขียนเพื่อเป็นบันทึกความทรงจำไว้ตรงนี้ ถ้าใครที่ยังติดต่อกันอยู่ก็คงพอจะทราบแล้วว่าช่วงระยะเวลา 2 – 3 เดือนที่ผ่าน ผมจะเดินทางไป-กลับ ระหว่างกรุงเทพฯและสระบุรีเกือบทุกสัปดาห์ ทั้งนี้ก็เพราะผมตั้งใจจะพลิกฟื้นผืนดินที่เป็นมรดกตกทอดมาทำเป็นสวนไม้ยืนต้นนานาพรรณ เผื่อว่าอีก 5 ปีข้างหน้าจะได้มีธรรมชาติที่ร่มรื่น เหมาะแก่การไปพักผ่อนหย่อนใจในยามที่ต้องการหนีจากความวุ่นวายในเมืองหลวง อีกทั้งยังจะเป็นแหล่งศึกษาพันธุ์ไม้ ได้ด้วย แต่การที่จะทำตามที่วาดฝันเอาไว้คงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะบริเวณนั้นไม่มีคลองส่งน้ำ หน้าแล้งจะไม่มีน้ำให้ใช้ ถ้าจะทำตามที่คิดไว้ ก็ต้องหาทางก่อนว่าจะทำอย่างไรให้มีน้ำพอใช้ตลอดฤดูที่ไม่มีฝนตก อีกทั้งที่ดินที่เป็นอยู่ ณ ตอนนั้นก็เป็นท้องนาที่รกร้างว่างเปล่า เพราะไม่มีใครทำนา เนื่องจากน้ำไม่ค่อยบริบูรณ์ บางปีทำนาไปแล้วฝนทิ้ง ทำให้ข้าวในนาแห้งตายก็มี เรียกว่าทุนที่ลงไปก็หายไปกับความแล้ง ปัจจุบัน บริเวณรอบๆ ก็กลายเป็นที่ของหมู่บ้านจัดสรรไปเกือบจะหมดแล้ว เนื่องจากการขยายเขตของตัวเมือง ต่อไปก็คิดว่าเจ้าของที่นาเดิมๆ คงจะขายที่นาให้กับนายทุนเพื่อทำเป็นหมู่บ้านจัดสรรหมดแน่ๆ นั่นก็หมายความว่า พื้นที่โดยรอบก็จะเป็นหมู่บ้านจัดสรร คงเหลือแต่ที่ของผม ถ้าหากผมสามารถทำที่ดินแห่งนี้เป็นสวนไม้ยืนต้นนานาพรรณที่ร่มรื่นได้ ก็อาจจะเป็นปอดให้กับชุมชนละแวกนั้นเป็นอย่างดี
          เมื่อคิดได้เช่นนั้น ก็ตัดสินใจลงมือทำโดยการขุดบ่อในเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ เพื่อจะได้นำดินที่ได้จากการขุดบ่อเอามาถมที่ที่เหลือ และปรับพื้นที่ให้เรียบเพื่อความสวยงาม โดยถมสูงขึ้นมาประมาณ 60 ซม. ที่ไม่ต้องการถมสูงมาก เพราะเวลาต้นไม้เริ่มมีรากหยั่งลึกลงไปใต้ดิน จะได้มีอาหารจากหน้าดินเดิมที่เป็นทุ่งนา ลำพังดินที่ขุดขึ้นมาจากก้นบ่นนั้นเป็นดินที่เหนียวแน่นไม่มีสารอาหารที่พืชต้องการ และที่ต้องยอมสละพื้นที่ 1 ไร่ เพื่อทำบ่อก็เพราะต้องการเก็บกักน้ำเอาไว้ใช้ตลอดฤดูแล้ง แต่ก็นั่นแหละครับ ค่าใช้จ่ายในการถมที่ก็พอสมควร ใครที่คิดจะทำแบบผมก็ลองคิดดูก่อนนะครับ ผมจ้างเขามาขุดบ่อแล้วถมที่พร้อมทั้งปรับหน้าดินให้เรียบในราคาไร่ละ 25,000 บาท ถมไป 8 ไร่ก็ 200,000 บาทแล้วครับ แต่ก็ถือว่าไม่แพงนะครับ เพราะจากการสอบถามผู้รับเหมาถมที่หลายๆ รายจะอยู่ที่ไร่ละ 60,000 บาท ถมสูง 1 เมตร ถ้าเราถมสูงแค่ 60 ซม. ก็จะอยู่ที่ 36,000 บาท ทั้งๆ ที่เอาดินมาจากที่เราเองนะครับ saraburi03
หลังจากที่ปลูกต้นไม้ไปแล้ว 1 - 2 สัปดาห์ ต้นไม้ก็เริ่มฟื้นตัว บางต้นก็เริ่มผลิยอดอ่อนๆ ออกมาให้เห็น แสดงว่ารอดตายแล้ว

saraburi01
ตอนนี้บ่อที่ขุดไว้มีน้ำเกือบเต็มบ่อแล้ว สภาพน้ำใสสะอาด

น่าลงไปว่ายเล่นมากครับ ต่อไปคงจะหาปลามาปล่อยให้โตตามธรรมชาติ

          หลังจากได้บ่อและปรับพื้นที่ที่ถมใหม่เรียบร้อยก็ต้องเริ่มวางท่อส่งน้ำ ซึ่งผมใช้ทั้งท่อพีวีซีและท่อพีอี ในส่วนของท่อพีวีซีนั้นผมทำเป็นท่อเมนต่อออกมาจากปั้มที่อยู่ริมบ่อ ส่วนท่อพีวีนั้นใช้ต่อแยกไปยังต้นไม้แต่ละต้น เรียกว่าพอเปิดปั้มน้ำปุ๊บ ต้นไม้ทุกต้นจะได้รับน้ำพร้อมกันทันที ทำให้ประหยัดแรงงาน ไม่ต้องจ้างใครมาคอยดูแลรดน้ำต้นไม้ เพราะสามารถตั้งเวลาเปิด-ปิด ปั้มน้ำได้ตามต้องการ ขอบอกก่อนนะครับว่า หลังจากที่ถมที่เสร็จแล้ว งานขั้นตอนต่อไปทั้งหมดนี่ผมทำเอง โดยมีคุณพ่อคุณแม่ที่อยู่ที่นั่นช่วยบ้างตามกำลังของท่าน เริ่มตั้งแต่การวางท่อส่งน้ำ เตรียมหลุมเพื่อปลูกต้นไม้ ซึ่งผมต้องการให้ต้นไม้อยู่ในแนวเดียวกันจึงทำหลุมปลูกห่างกันในระยะ 6 X 6 เมตร ซึ่งก็คิดว่าระยะห่างขนาดนี้ก็น่าจะเหมาะสมกับไม้ยืนต้นหลากหลายชนิด แต่อาจจะไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการนัก เพราะไม้แต่ละชนิดมีกิ่งก้านสาขา ทรงพุ่ม และความสูงต่างกัน การที่จะปลูกต้นไม้ที่มีระยะห่างเท่าๆ กันเป็นแถวแบบนี้ควรจะเป็นไม้ชนิดเดียวกันหมดถึงจะถูกต้อง แต่ที่ผมปลูกเป็นไม้ยืนต้นนานาพรรณ มีทั้งไม้ผล ไม้ดอก และไม้ให้ร่มเงา จึงอาจจะดูไม่สวยงามเหมือนไม้ชนิดเดียวกัน ก็ต้องยอมรับว่าแต่ละแถวอาจจะมีต้นสูงบ้างเตี้ยบ้างคละๆ กันไป หวังว่าจะดูสวยแปลกๆ ไปอีกแบบครับ
          พอเตรียมหลุมเสร็จก็เริ่มปลูก โดยการไปหาซื้อพรรณไม้แถวๆ คลองชะอม จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งเพาะพรรณไม้ที่หลากหลายในราคาขายส่ง ผมปลูกไปชนิดละ 2 ต้น เช่น ทุเรียนก้านยาว 2 ต้น หมอนทอง 2 ต้น ชะนี 2 ต้น มังคุด ละมุด ลำไย ลิ้นจี่ มะม่วง ฯลฯ เรียกว่าผลไม้ในเขตร้อนครบทุกชนิดก็ว่าได้ ก็หวังไว้ลึกๆ ว่า อีก 5 ปีข้างหน้า คงจะมีผลไม้ออกดอกออกผลให้ได้รับประทานกันตลอดทั้งปี นอกจากผลไม้ที่มีเกือบทุกชนิดแล้ว ก็มีไม้ดอกยืนต้นอีกเพียบ อาทิเช่น หางนกยูง อินทนิล ตะแบก ราชพฤกษ์ ปีบ จำปี บัวสวรรค์ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ชมพูพันทิพย์ ซึ่งมีคนพิเศษขอให้ปลูกไว้เพราะอีก 5 ปีข้างหน้าจะมาดูว่าปลูกไว้จริงหรือเปล่า (อย่าลืมสัญญานะครับ) ถึงตอนนี้ก็ปลูกเรียบร้อยหมดแล้ว และโชคดีที่ช่วงนี้มีฝนตกบ่อยๆ ทำให้ต้นไม้ที่เพิ่งปลูกได้ 1 – 2 สัปดาห์เริ่มฟื้นได้เร็ว บางต้นก็เริ่มออกยอดใหม่บ้างแล้ว ก็ทำให้คนปลูกชื่นใจครับ ที่ปลูกไปแล้วไม่ตายซะก่อน saraburi05
ภาพนี้ถ่ายจากด้านหลังกระท่อมที่ใช้เป็นที่พักเฝ้าสวนในตอนกลางคืน กระท่อมอยู่ติดกับบ่อน้ำ ทำให้เย็นสบาย
saraburi04
ถ้ามองจากขอบบ่อท้ายสวน ก็จะเห็นกระท่อมตั้งอยู่โดดเดี่ยว ตกกลางคืนก็เงียบสงัด มีแต่เสียงจิ้งหรีดเรไร และกบเขียดร้องประสานเสียงกัน
          เวลาที่ผมไปค้างคืนที่บ้านสระบุรี เดี๋ยวนี้ผมก็ต้องไปนอนที่กระท่อมปลายสวนดังที่เห็นในภาพนั่นแหละครับ ได้บรรยากาศที่เงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติ ถึงแม้ตอนกลางวันจะร้อนไปหน่อยเพราะยังไม่มีร่มเงาของต้นไม้ แต่ตกตอนกลางคืน อากาศก็จะเย็นสบาย แถมยังมีกบมีเขียดร้องรำทำเพลงให้ฟังเสียงดังลั่นทุ่ง ช่างเป็นสภาพที่แตกต่างกับชีวิตของผมที่อยู่บ้านในกรุงเทพฯ แบบหน้ามือกับหลังมือเลย ถ้าจะถามว่าผมชอบแบบไหน ก็ตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่า ผมชอบธรรมชาติแบบนี้มากกว่า ถึงแม้ว่าจะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเหมือนในเมืองหลวงก็ตาม แต่มันคือชีวิตที่อยู่กับธรรมชาติที่ผมคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก และในบั้นปลายของชีวิตผมก็คงจะอยู่กับธรรมชาติแบบนี้ตลอดไป นี่แหละครับที่เรียกว่า back to the nature
      Send e-mail to me       Welcome to My Space

4TH ANNIVERSARY OF MY SPACE



วันครบรอบ 4 ปี

             ความจริงวันครบรอบปีที่ 4 ของการทำสเปซนี้ขึ้นมาไม่ใช่วันนี้ แต่เป็นวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา สเปซนี้ได้ถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2548 ซึ่งตอนนั้นถือว่ามีผู้คนที่ใช้บริการ Hotmail ให้ความนิยมกันมากมายทีเดียว ทำให้เกิดสังคมหนึ่งขึ้นบนโลกออนไลน์แห่งนี้ เป็นสังคมที่ทุกคนที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกันได้เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความรู้เพื่อจะได้นำมาใช้ในการพัฒนาและตกแต่งสเปซของตนเองให้ดูน่าสนใจ และนำเสนอเนื้อหาสาระ หรือแม้แต่แบ่งปันภาพถ่ายที่ประทับใจให้แก่กันและกัน จวบจนถึงวันนี้ก็อดที่จะขอบคุณทางทีมงานของ Windows Live Spaces ไม่ได้ เพราะถ้าไม่มีทีมงานนี้พวกเราก็คงจะไม่มีที่ว่าง (Spaces) ให้บรรดาผู้คนที่สนใจจะมีที่ว่างสักที่หนึ่งบนโลกไซเบอร์เอาไว้เขียนเรื่องราวเพื่อแบ่งปันความรู้ หรือประสบการณ์ดีๆ ให้แก่กันและกันได้ใช้ และที่สำคัญก็คือ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่ว่าง (Spaces) นี้แต่อย่างใด


            ปัจจุบันเว็บไซต์ที่ให้บริการจำพวก Web Log หรือ Blog นั้นได้เกิดขึ้นมามากมาย ทั้งในและต่างประเทศ จึงทำให้ผู้ที่นิยมเขียนเรื่องราวลงใน Blog มีทางเลือกมากขึ้น ซึ่งก็มีทั้ง Blog ที่ใช้ง่ายๆ โดยที่ผู้ใช้แทบไม่ต้องมีพื้นฐานความรู้เรื่องภาษาคอมพิวแตอร์อย่าง HTML หรือ Java Script เลยก็สามารถเขียน Blog ได้ ซึ่งก็นับว่าให้ความสะดวกแก่ผู้ใช้เป็นอันมาก เพราะฉะนั้น จึงเป็นสาเหตุให้ส่วนแบ่งหรือจำนวนผู้ที่เคยใช้ Windows Live Spaces แห่งนี้ลดจำนวนลงไปด้วย (อันนี้วัดตามความรู้สึกของผมเองนะครับ เพราะดูๆ ว่าคนไทยเข้ามาใช้บริการกันน้อยลง ไม่ค่อยคึกคักเหมือนปีแรกๆ แต่อาจจะมีชาวต่างชาติใช้กันมากขึ้นก็เป็นได้) หรืออาจะเป็นเพราะคนที่เข้ามาใช้บริการแรกๆ เริ่มหมดเรื่องที่จะเขียน หรือเริ่มเบื่อหน่าย ก็ยากที่จะทราบได้ คงต้องเป็นเรื่องของทางทีมงาน Windows Live Spaces เขาจะทำการวิเคราะห์หาสาเหตุกันเอาเอง


            สำหรับตัวผมเอง ก็เห็นได้ชัดว่า เริ่มมีเวลาให้กับสเปซนี้น้อยลงไปมาก ถ้าใครเคยเข้ามาที่นี่ตั้งแต่ปีแรกๆ ก็จะเห็นว่า สมัยนั้นผมเขียนบล็อกเดือนละอย่างน้อย 4 บล็อกขึ้นไป หรือเรียกว่ามีการอัพเดตบล็อกกันแทบทุกสัปดาห์เลยทีเดียว พออัพเดตปุ๊บก็จะมีเพื่อนๆ เข้ามาอ่านและแย่งกันเข้ามาเขียนคอมเม้นท์เป็นคนแรก ซึ่งยอมรับว่าตอนนั้นสนุกมาก เพราะเหมือนกับว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกไซเบอร์นี้ ในแต่ละวันก็จะมีเพื่อนๆ โดยเฉพาะหลานๆ ขอ Add Mail เข้าไปคุยใน Windows Live Messenger อยู่เรื่อยๆ จนทำให้ใน Contact List นั้นมีจำนวนเป็นพัน เวลาผมออนไลน์ทาง Windows Live Messenger ครั้งใดก็จะเห็นมีเพื่อนๆ ออนไลน์อยู่ไม่ต่ำกว่า 100 คน ซึ่งก็ยอมรับว่า ผมคุยแทบไม่ทัน เพราะต้องคุยพร้อมๆ กันไม่ต่ำกว่า 10 หน้าขึ้นไป


            เดี๋ยวนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป ถึงแม้ยังมีเพื่อนๆ หลานๆ ออนไลน์อยู่จำนวนมากพอสมควร แต่ผมเองกลับไม่ค่อยมีเวลาได้คุยกับใคร อย่างมากก็ได้แค่เข้าไปอ่านเมลหรือตอบเมลเท่านั้น และยิ่งพูดถึงการอัพเดตบล็อก ก็เห็นได้ชัดอีกเช่นกันว่า แทบไม่ได้อัพเดตอะไรเลย ไม่ใช่ว่าไม่อยากเขียนนะครับ อยากจะเขียนเรื่องราวมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิต แต่พอจะนั่งเขียนก็เขียนไม่ออก มันตื้อไปหมดก็เลยต้องปล่อยไว้อย่างนั้นก่อน หรือถ้าดีหน่อยก็อาจจะเอารูปที่ได้ไปเที่ยวมาตามสถานที่ต่างๆ มาลงไว้ให้ดูกันเท่านั้น


            แต่วันนี้คงปล่อยไปแบบเดิมไม่ได้ เพราะตั้งใจแน่วแน่แล้วว่า ครบรอบ 4 ปีแล้ว จะไม่เขียนอะไรเลยก็จะแปลกเกินไป ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาจากการทำสเปซนี้ทำให้ผมได้พบกับหลานสาวคนหนึ่ง ซึ่งแรกๆ ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับหลานๆ ที่มีความสนใจในเรื่องการทำสเปซทั่วไปที่ขอ Add Mail เข้ามาคุยกับผม เพื่อขอคำแนะนำในการพัฒนาสเปซ แต่หลังจากที่ได้คุยกันทาง Windows Live Messenger ก็ทำให้เริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น ทำให้เกิดความผูกพัน ทั้งๆ ที่ยังไม่เคยเจอกันตัวเป็นๆ ด้วยซ้ำ ผมยอมรับว่าไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้มาก่อนกับใครบนโลกไซเบอร์แห่งนี้ แต่กับหลานคนนี้ผมมีความรู้สึกรัก เป็นห่วง และเปรียบเสมือนส่วนหนึ่งของชีวิตของผมไปแล้ว อาจจะดูไม่เหมาะนักที่ผมจะพูดเรื่องแบบนี้ในสเปซนี้ แต่ก็แค่อยากจะบอกว่า ยังมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นมากมายจากการที่เรามีสเปซเป็นของเราเอง และผมก็ยังคงจะทำสเปซนี้ต่อไปเรื่อยๆ


            ท้ายนี้ ผมต้องขอขอบคุณทีมงาน Windows Live Spaces อีกครั้งที่ได้พัฒนา Web Log ดีๆ ให้พวกเราได้เข้ามาใช้บริการ ถ้าไม่มี Windows Live Spaces ผมก็อาจจะไม่ได้เจอหลานที่น่ารักคนนี้ก็ได้


            สำหรับผู้ที่สนใจจะอ่านเรื่องราวในวันครบรอบแต่ละปีก็ลองคลิกเข้าไปอ่านตามลิงค์ข้างล่างนี้ได้เลยนะครับ

วันครบรอบปีที่ 3
วันครบรอบปีที่ 2
วันครบรอบปีที่ 1

      Send e-mail to me       Welcome to My Space




PENALTY WITH 'LOVE'



บทลงโทษด้วย "ความรัก"

วันนี้บังเอิญได้รับเมลส่งต่อ (forwarded mails) ซึ่งปกติผมก็จะอ่านมั่งไม่อ่านมั่งแล้วแต่เวลาจะอำนวย แต่มาสะดุดกับหัวข้อเรื่องของเมลที่ว่า “บทลงโทษด้วยความรัก” ก็เลยลองอ่านดูสักหน่อย ซึ่งผมต้องขออภัยที่ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้เขียนเรื่องนี้ขึ้นมา หรือแปลมาจากต้นฉบับของใคร ยังไงก็ขออนุญาตนำเรื่องราวต่อไปนี้มาเผยแพร่ต่อในบล็อกนี้ เพราะเห็นว่ามีคุณค่าต่อใครอีกหลายๆ คน นะครับ

วันหนึ่งเมื่อยังเด็ก แอนดี้น้องชายของฉันนั่งอยู่ที่มุมห้องนั่งเล่น ในมือข้างหนึ่งมีปากกาหนึ่งด้าม ขณะที่ในมืออีกข้างหนึ่งก็ถือหนังสือสะสมราคาแพงของพ่อ แอนดี้คงจะปีนขึ้นไปหยิบจากบนชั้นหนังสือ เมื่อพ่อเดินเข้ามาในห้อง แอนดี้ก็ก้มหน้างุดและทำท่ากระสับกระส่าย เขารู้ตัวดีเชียวละว่ากำลังทำผิด แม้จากระยะไกล ฉันก็เห็นรอยขีดเขียนเปรอะไปทั่วบนหน้าหนังสือของพ่อ และตอนนี้แอนดี้ก็กำลังจ้องมองพ่อตาโตด้วยความหวาดหวั่น รอคอยที่จะถูกทำโทษ พ่อหยิบหนังสือขึ้นมามอง แล้วก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้โดยไม่พูดอะไรสักคำ หนังสือทุกเล่มมีความหมายต่อพ่อมาก หนังสือคือความรู้ และหนังสือเล่มนี้ก็เป็นหนังสือสะสมราคาแพง แต่ในขณะเดียวกันท่านก็เป็นพ่อที่รักลูกมาก สิ่งที่พ่อทำในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านั้นยอดเยี่ยมมาก แทนที่ท่านจะลงโทษหรือดุแอนดี้ หรือแม้แต่ตำหนิความซุกซน พ่อกลับนั่งลง หยิบปากกาในมือแอนดี้ขึ้นมาถือไว้ แล้วก็เขียนอะไรบางอย่างลงในหน้าหนังสือสะสมราคาแพงนั้นเสียเอง พ่อเขียนที่ข้างๆ ลายเส้นที่แอนดี้ขีดว่า “ภาษาของแอนดี้เมื่ออายุสองขวบ”

ต่อไปนี้ ไม่ว่าครั้งไหนที่พ่อหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเปิด พ่อก็จะเห็นใบหน้าน้อยๆ ที่น่ารักและดวงตาที่สดใสของลูก และจะขอบคุณพระเจ้าที่ประทานเด็กน้อยคนนี้มาให้ขีดเขียนบนหนังสือแสนหวงของพ่อ ลูกทำให้หนังสือเล่มนี้ของพ่อมีความหมายเหมือนกับที่พี่ๆ ของลูกนำความหมายมาสู่ชีวิตของพ่อเหมือนกัน

ว้าว... ฉันคิด นี่หรือคือการลงโทษของพ่อ? นานๆ ครั้งฉันก็จะหยิบหนังสือที่สะสมไว้มาให้ลูกหลานของฉันขีดเขียนเล่น ทุกครั้งที่มองดูลายมือหยุกหยิกเหล่านั้น ฉันก็จะนึกถึงสิ่งที่พ่อทำในวันนั้น พ่อได้สอนให้ฉันรู้ว่า... อะไรกันแน่ที่มีค่าต่อชีวิตของเราอย่างแท้จริง ซึ่งนั่นก็คือ “คนที่เรารัก” ไม่ใช่วัตถุสิ่งของ

ลองมองย้อนดูตัวเองในแต่ละวัน เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้อยู่เสมอ เช่นคุณนั่งกินข้าวกับภรรยาอยู่ที่ร้านอาหาร เธอหวังดีอยากจะเทซอสให้คุณ แต่มันกลับหกไปเลอะเสื้อตัวเก่งของคุณ และคุณก็ทำสีหน้าตำหนิเธอและคำพูดที่บอกว่า “เดี๋ยวผมเทเองก็ได้” นอกจากคำขอโทษที่เธอพร่ำบอก น้ำตาใสๆ ก็เริ่มเอ่อขึ้นในใจเช่นเดียวกัน และอาหารมื้อนั้นไม่มีรสชาติสำหรับเธอเสียแล้ว แต่ถ้าคุณบอกเธอว่า “ถ้าซักไม่ออกก็ไม่เป็นไรหรอก เมื่อผมหยิบเสื้อขึ้นมาใช้ครั้งใด ผมจะหวนนึกถึงร้านอาหารนี้ทุกครั้งไปที่ได้มีโอกาสมาทานข้าวกับคุณ และได้คิดทุกครั้งว่าภรรยารักและเอาใจใส่ผมมากเท่าใด (จนเทซอสหกใส่ผม) แต่ว่าคราวหน้าออกมาทานข้าว ผมจะเป็นคนเทซอสให้คุณมั่ง (ทีนี้ตาผมมั่ง) รอยยิ้มจากหัวใจของเธอได้เริ่มโบยบินแล้ว แค่นี้คุณก็ลงโทษเธอให้ระวังมากขึ้นแล้ว

สิ่งที่มีค่าต่อชีวิตคนเรานั้นไม่ใช่ นาฬิกาเรือนละแสน หรือเนคไทเส้นละหลายๆ พัน แต่เป็นความอบอุ่นในหัวใจที่คุณรู้ว่ามีใครคนหนึ่งเฝ้ารัก เฝ้าถนอม เฝ้าห่วงใย และคอยแคร์ความรู้สึกคุณอยู่ตลอดเวลาต่างหาก แล้วคุณล่ะ เคยลงโทษใครด้วย “ความรัก” หรือเปล่า?

ได้อ่านเรื่องราวข้างบนนี้แล้ว มีความรู้สึกดีๆ บ่อยครั้งที่คนเราอาจจะเคยตั้งคำถามในใจว่า “เราเกิดมาเพื่ออะไร ?” เรื่องที่นำมาเล่าให้ฟังนี้ อาจจะเป็นคำตอบที่คุณกำลังหาอยู่ก็ได้

      Send e-mail to me       Welcome to My Space

ARE YOU PROUD OF THIS?


พวกคุณภูมิใจกันมากมั๊ยครับ?



อยากจะถามดังๆ ไปยังผู้ที่อยู่ในภาพแรกที่ใส่เสื้อสีเหลืองเป็นส่วนใหญ่ว่า "พวกคุณมีความภูมิใจและมีความสุขมากใช่ไหมครับ ที่ได้รับการยกย่องจากแกนนำของพวกคุณ ว่าทำเพื่อชาติ ทำเพื่อประชาชนทั้งประเทศ และมีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตรย์?" พวกคุณเคยคิดหรือเคยฟังเสียงจากคนไทยที่ไม่ได้ไปร่วมชุมนุมกับพวกคุณหรือไม่ว่า สิ่งที่พวกคุณกำลังภูมิใจอยู่นั้น คนอื่นเขารู้สึกเจ็บปวดขนาดไหน พวกคุณจะประท้วงจะต่อต้านรัฐบาลยังไงคนไทยที่ไม่เกี่ยวข้องกับพวกคุณยังพอทนได้ แต่คุณลองดูภาพอื่นๆ ที่ไม่ใช่ภาพของพวกคุณดูซิครับแล้วยังรู้สึกภูมิใจอยู่อีกหรือเปล่า ... ความจริงผมก็ไม่น่าถาม เพราะคงได้รับคำตอบอยู่แล้วว่า "ก็มาทำหน้าที่เพื่อชาติ ดีกว่าพวกผมที่ไม่ได้ออกไปช่วยพวกคุณ ซึ่งหมายความว่าพวกผมไม่รักชาติเหมือนพวกคุณ ถ้าใครจะเดือดร้อนบ้างเป็นเรื่องปกติ ดีกว่าไม่มีชาติจะอยู่ นี่เรากำลังกู้ชาติอยู่ไม่เห็นหรือไง" ใช่ครับพวกคุณกำลังกู้ชาติตามวิถีทางที่แกนนำของพวกคุณชี้นำ โดยที่พวกคุณไม่เคยแม้แต่จะฟังเสียงของคนอื่นเลย ผมต้องขอขอบคุณพวกคุณมากๆ แล้วอย่าลืมกลับมาช่วยพวกผมกู้ชาติหลังจากเสร็จงานนี้อีกครั้งนะครับ เพราะสิ่งที่พวกคุณได้กระทำไว้ในขณะนี้มันทำให้ชาติเราจมลงก้นมหาสมุทร และคงต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยๆ ไม่ต่ำกว่า 5 ปีที่จะสามารถทำให้ชื่อเสียงและเศรษฐกิจของชาติกลับมาเป็นเหมือนก่อนวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ... คงจะสะใจพวกคุณแล้วนะครับ

ลองดูภาพอื่นๆ ดูนะครับ พวกเขาผิดอะไรครับ?... พวกเขาบางคนกำลังจะกลับไปบ้านของเขาเพื่อไปเล่าเรื่องราวความประทับใจ (ซึ่งต้องกลายเป็นความทรงจำอันเจ็บปวด) ที่ได้มาเที่ยวเมืองไทยให้กับญาติพี่น้องของเขาฟัง .... พวกเขาบางคนกำลังจะไปหาคนรักที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานานแสนนาน ... พวกเขาบางคนกำลังจะกลับไปเยี่ยมครอบครัวที่ป่วยหนัก ซึ่งไม่รู้จะทันดูใจเป็นครั้งสุดท้ายหรือเปล่า .... พวกเขาบางคนกำลังจะกลับไปหาลูกที่กำลังคอยพ่อแม่ด้วยความคิดถึง ... พวกเขาบางคนกำลังจะไปฮันนีมูนอย่างมีความสุข .... พวกเขาบางคนกำลังจะไปแสวงบุญตามความฝันของเขามาตลอดชีวิต ....พวกเขาบางคนกำลังจะไปเจรจาธุรกิจที่สำคัญของเขา ... พวกเขาบางคนกำลังจะเดินทางไปรักษาตัวยังต่างประเทศ ... แล้วไหนจะเป็นญาติๆ ที่อยู่ในเมืองไทยที่รอการกลับมาของลูกหลานที่ไปอยู่ต่างประเทศอีกละครับ พวกเขาอาจจะจากกันไปหลายปี แต่ไม่สามารถกลับมาได้ เพราะเที่ยวบินถูกยกเลิก.... และอีกหลายๆ อย่างที่ผมคงพรรณนาไม่หมด ...แล้วพวกคุณเป็นใครครับ? ที่มาทำให้พวกเขาต้องตกอยู่ในสภาพที่เห็นนี้ ถ้าคนในภาพสักคนเป็นญาติของคุณ ที่คุณกำลังรอการกลับไปของเขาแล้วเขาไม่สามารถกลับไปได้ คุณคงไม่บอกนะครับว่า "ไม่เป็นไร คุณเสียสละได้ เพราะเข้าใจว่านี่คือการกู้ชาติและขับไล่เผด็จการ หรือคนโกงกินประเทศ มันคุ้มแล้ว" เอาเถอะครับ ... เวลามันจะเป็นเครื่องพิสูจน์เอง ว่าสุดท้ายแล้วซากปรักหักพังที่เหลืออยู่ของชาติไทย แท้จริงแล้วใครกันแน่ที่เป็นคนทำ ... ความจริงผมก็ไม่อยากจะเขียนเรื่องอะไรทำนองนี้ แต่มันคือความรู้สึกที่อยากจะระบายออกมาทั้งน้ำตาจริงๆ ครับ และยิ่งได้ฟังเพลง Home ของ Michael Buble ประกอบกับภาพต่างๆ ข้างล่างนี้ ... ผมก็ไม่ทราบว่าพวกคุณจะมีความรู้สึกยังไง

a01    a02

a03    a04

a05    a06

a07    a08

a09    a10

a11    a12


      Send e-mail to me       Welcome to My Space

PSU-PATTANI ALUMNI PARTY

ประชาสัมพันธ์งาน "เลือดสีบลู ... คืนรูสะมิแล"

psu-rusamilae

ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปัตตานี (มอ. 'ตานี) ทุกรุ่น

เย็นวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2551 นี้ พวกเรามีนัดพบปะสังสรรเพื่อย้อนรำลึกถึงความหลังครั้งที่เคยเรียนกันอยู่ในรั้ว มอ. 'ตานี โดยคณะผู้จัดงานในครั้งนี้จะเป็นศิษย์เก่ารุ่นที่ 29 หรือรหัส 39 ซึ่งได้เลือกจัดงานนี้ขึ้นที่ โรงแรมมารวยการ์เดน (ฝั่งตรงข้ามกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ) เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ตามกำหนดการคร่าวๆ ดังนี้

18.00 - 19.00 น. ศิษย์เก่าทุกรุ่นลงทะเบียน/เลือกซื้อสินค้าที่ระลึก
19.00 - 19.15 น. ร่วมชมวีดิทัศน์ย้อนรำลึกถึงอดีต (unseen pictures)
19.15 - 19.25 น. พิธีกรกล่าวนำเข้าสู่งาน และเรียนเชิญประธานกล่าวเปิดงาน
19.25 - 20.30 น. ร่วมรับประทานอาหาร และชมวีดิทัศน์กิจกรรมคืนสู่เหย้าชาวรูสะมิแลเมื่อวันที่ 8 - 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
20.30 - 20.45 น. จับรางวัลให้แก่ผู้โชคดี (ช่วงแรก)
20.45 - 21.00 น. คณาจารย์และศิษย์เก่าร้องเพลงตามอัธยาศัย (ช่วงแรก)
21.00 - 21.30 น. พิธีมุทิตาจิตแด่คณาจารย์ที่เกษียณอายุ
21.30 - 21.45 น. จับรางวัลให้แก่ผู้โชคดี (ช่วงที่สอง)
21.45 - 22.15 น. มอบรางวัลแก่ศิษย์เก่าดีเด่นประจำปี 2551
22.15 - 22.30 น. คณาจารย์และศิษย์เก่าร้องเพลงตามอัธยาศัย (ช่วงที่สอง)
22.30 - 22.45 น. คณะจัดงานแจ้งเรื่องการจัดตั้งชมรมศิษย์เก่า เพื่อเตรียมจัดงานปีหน้า
22.45 - 23.00 น. จับรางวัลให้แก่ผู้โชคดี (ช่วงที่สาม)
23.00 - 23.15 น. คณาจารย์และศิษย์เก่าร่วมร้องเพลงประจำมหาวิทยาลัยและถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึก
23.30 น. ปิดงานและเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ


เพื่อให้งานนี้เป็นไปอย่างราบรื่น คณะผู้จัดงานจึงใคร่อยากทราบจำนวนศิษย์เก่าที่จะเข้าร่วมงานนี้ล่วงหน้า ฉะนั้น จึงขอความ กรุณาศิษย์เก่าที่พร้อมจะเข้าร่วมสังสรรในครั้งนี้ แจ้งความจำนงที่จะเข้าร่วมงานไปยัง คุณวาฤทธิ์ ศิริพิทยาโรจน์ (อุ๋ย) ในนาม คณะจัดงานงาน รหัส 39 ทางอีเมล s_warid@hotmail.comโดยระบุชื่อ-นามสกุล พร้อมชื่อเล่น รุ่นปี/รหัสนักศึกษา คณะ/วิชา เอก พร้อมหมายเลขโทรฯ ที่ติดต่อได้ เสร็จแล้วให้โอนเงินค่าบัตรจำนวน 450 บาท
เข้าบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารไทยพาณิชย์
ชื่อบัญชี: นางสาวจารุวรรณ เป็งมล เพื่อศิษย์เก่า มอ. ปัตตานี รหัส 39
เลขบัญชี: 106-234067-0
เมื่อโอนเงินเสร็จเรียบร้อยให้ส่งแฟกซ์รายละเอียดการโอนถึงคุณตั้ม หมายเลข 02-6104848 หรือจะแจ้งรายละเอียดการโอน ทางอีเมล s_warid@hotmail.com ก็ได้ หรือจะโทรฯ แจ้งคุณตั้มที่หมายเลข 081-8122869 ก็ได้เช่นกัน โดยเฉพาะศิษย์เก่า รหัส 39 ทุกคนที่จะไปร่วมงาน ทางคณะจัดงานขอเชิญ (บังคับ อิอิ) ซื้อบัตรล่วงหน้าทุกคนนะครับ


แล้วพบกันที่งาน "เลือดสีบลู ... คืนรูสะมิแล"

      Send e-mail to me       Welcome to My Space

 
ไหนๆ ก็แวะมาแล้ว ก่อนจากกันไป ช่วยฝากข้อความเล็กๆ น้อยๆ ไว้ให้ด้วยนะครับ
จะเป็นข้อแนะนำ หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน หรือจะลงนามไว้เฉยๆ ก็ยินดีน้อมรับทุกข้อความด้วยความเต็มใจ
อย่างน้อยก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของมิตรภาพที่จะสามารถสานต่อไปได้ในอนาคต
 
Once you come here, before leaving please leave me any messages.
They can be any suggestions, idea exchanges, or just your name and URL of your space.
All messages are welcomed.
This will be a starting point for our friendship on this cyber world.
ต้องการไปที่ Guestbook ดั้งเดิม คลิก ที่นี่
Go to my Original Guestbook Click H E R E
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
...♥ สวัสดีค่ะพี่ ไม่ได้มาเยี่ยมซะนาน
       โห ครบรอบ4ปีแล้วเหรอนี่ แต่มาเยี่ยมพี่ปีละ2หน
        ไม่รู้จะจำได้ป่าวนะ 555
        ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ ขอให้สุขภาพแข็งแรงๆค่ะ
         
       
June 22
วันนี้มีโอกาศแอบเข้ามาแวะชมเพื่อนบ้าน....ยินดีที่ได้รู้จัก
 
 
 
 
June 22
Khai O Breinwrote:
วันนี้มีโอกาศแอบเข้ามาชม บ้าน เลยถือโอกาสขอบคุณ สำหรับคำแนะนำดี ๆ ขอบคุณค่ะ
Apr. 28
trimoorati uwrote:
สวัสดีค่ะ แวะมาทักทาย สบายดีนะคะ  ขอให้มีความสุขสดชื่น ทุกๆวันแล้วอย่าลืมดูแลสุขภาพด้วยนะคะ  คิดถึงน่ะค่ะ/หญิง
Apr. 27
trimoorati uwrote:
Apr. 27
สวัสดีคะยินดีที่ได้รู้จักน่ะคะ
Apr. 21
♥..สวัสดีวันสงกรานต์ค่ะพี่ ขอให้มีความสุข และหายร้อนในบรรยากาศร้อนๆอย่างนี้นะคะ
Apr. 14
คริๆๆหลงทางมาค่ะ
ยินดีที่รู้จักนะคร่า  สเปชจ่วยจังค่ะ
ปาบแระว่างจาแวะมาใหม่อิอิบาย
 
Apr. 7
Chocolatewrote:

สวัสดีค่ะ คุณอาที่เคารพรัก^^

ช่วงนี้หนูสบายดีค๊า~ อากาศร้อนมากๆ เลยนะคะคุณอาขา หนูเรียน มสธ.(มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช)ใกล้แล้วค่ะ ใกล้จะถึงวันสอบแล้ว คือวันที่ 25-26 เมษายน 2552 คุณอาคะหนูเรียนสาขาวิชานิติศาสตร์ค่ะ เรียนยากจังเลย ไม่รู้หนูจะจบกะเค้าหรือเปล่า?!?  ฮ่าๆๆๆ (ยังจะมีน่ามาหัวเราะอยู่อีกเนอะเรา) ส่วนเรื่องเที่ยวพักผ่อนสมองอะไรนั่น ปิดเทอมหรือเปิดเทอม หนูก็พักอยู่ตลอดแหละค่ะ เฮ้อ~ ไม่รู้เมื่อไรหนูจะเลิกทำตัวไรสาระสักที

หนูดีใจที่ได้คุยกะคุณอานะคะ คุณอาใจดี นึกถึงหลานคนนี้ด้วย เข้ามาทักทายหนู ขอบคุณค่ะ^^

Mar. 13
trimoorati uwrote:
สวัสดีค่ะ  สบายดีมั้ยคะ 
 
แวะมาทักทาย  ขอให้มีความสุขนะคะ
 
อากาศร้อน ดื่มน้ำมากๆนะคะ
 
ดูแลสุขภาพด้วยค่ะ
Mar. 11
Tom Yum Goong
Eragon
The Day After Tomorrow
Portrait of a Lady
The Lord of the Rings: The Fellowship of the Ring
Men in Black II
You can click at the link below so as to get the books you want to buy.You can find more books at Amazon.Com - อยากซื้อหนังสือเล่มไหน ก็คลิกที่รูปหนังสือเล่มนั้น รายการหนังสือที่เห็นอยู่นี้เป็นหนังสือบางส่วนที่มีจำหน่ายที่ Amazon.Com
Cesar's Way: The Natural, Everyday Guide to Understanding and Correcting Common Dog Problems (Hardcover)
Hello Kitty Hello 2007! 2007 Wall Calendar (Hello Kitty) (Calendar)
Martha Stewart's Homekeeping Handbook: The Essential Guide to Caring for Everything in Your Home (Hardcover)
You: On A Diet: The Owner's Manual for Waist Management (Hardcover)

SP_Ladplakao62 P

Occupation
Location
Interests
I had been working as an employee for almost 25 years. Since I am an ordinary man with a strong desire for better living, I decided to retire from current job to seek for such a business that can give me time and financial freedom.

Weather Forecast

Loading...
ลิงค์ของเว็บไซต์ที่เข้าบ่อย