SP_Ladplakao62's profileA Small Home On Cyber Wo...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
A Small Home On Cyber World :This is a place where you can visit any time you like. I'm so sorry for anyone who cannot read/understand Thai language, however; you can leave your messages for me in English so that I can visit yours. Million thanks for visitting this space. |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
GOOD THINGS AT HUA HINสิ่งดีๆ ที่หัวหิน ระหว่างวันที่ 19 – 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีโอกาสได้ไปร่วมงาน “ขอบคุณลูกค้าวีไอพี” ของ มิชลิน ที่ได้พาลูกค้าวีไอพีที่เป็น End User ไปพักผ่อนร่วมกันที่หัวหิน ซึ่งนอกจากจะพาเข้าไปชมพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และยังได้ทานอาหารเย็นในแบบฉบับไฮโซย้อนยุค ณ หน้าบ้านของเจ้าพระยารามราฆพแล้ว หนึ่งในกิจกรรมนั้นคือการแข่งขันกอล์ฟด้วย ซึ่งทางมิชลินได้จัดให้ลูกค้าที่สนใจในกีฬากอล์ฟเข้าร่วมการแข่งขันที่สนามกอล์ฟเปิดใหม่ชื่อว่า บันยัน หัวหิน ซึ่งก็มีนักกอล์ฟฝีมือดีๆ เข้าร่วมการแข่งขันด้วยหลายท่าน ผลปรากฏว่าผมได้ถ้วยรางวัลด้วยครับ (อย่าเพิ่งทำหน้าแบบไม่เชื่อก่อนสิครับ อิอิ) ได้จริงๆ ครับ ตั้งแต่เล่นกอล์ฟมาก็ครั้งนี้แหละที่ได้ถ้วยรางวัลนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งถือว่าเป็นรางวัลที่ทำยากที่สุด เพราะจะตั้งได้ทำคงทำไม่ได้ คนที่เล่นกอล์ฟคงทราบนะครับว่าที่ผมกำลังพูดถึงคือรางวัลอะไร นั่นคือ “รางวัลบู้บี้” หรือรางวัลรองบ๊วย หรือรองที่สุดท้ายของการแข่งขันครั้งนั้นนั่นเอง ฮ่าๆๆๆ ไม่รู้จะภูมิใจดีหรือเปล่าเนอะ แต่ได้รับมาก็แปลกดี อย่างน้อยก็เป็นความทรงจำดีๆ ที่ได้ร่วมเข้าแข่งขันในรายการที่ทางมิชลินเป็นผู้จัด แต่จะว่าไป ถ้วยก็น่ารักดีนะครับ รูปหมูกำลังจะกินลูกกอล์ฟ สงสัยจะสื่อความหมายว่าคนได้ถ้วยรางวัลนี้ ฝีมืออ่อนมากๆ ฮ่าๆๆๆๆ การอัพเดตบล็อกวันนี้ก็ไม่มีอะไร เห็นว่าห่างหายไปนาน เลยแวะนำรูปมาฝากให้กันดูเท่านั้นครับ
ARTIFICIAL VIRGINITY HYMENเยื่อพรหมจารีเทียม เห็นหัวข้อเรื่องที่ผมจะเขียนในวันนี้ คงอาจจะทำให้หลายคนงงๆ ได้ว่า ผมกำลังจะเขียนเรื่องอะไรกันแน่ สาเหตุที่ทำให้ผมนำเรื่องนี้มาเขียนลงบล็อกก็สืบเนื่องมาจากที่ผมบังเอิญได้เข้าไปอ่านข่าวของฟ็อกซ์นิวส์โดยมีหัวข้อข่าวประจำวันที่ 5 ตุลาคม 2552 ว่า Egytian Lawmakers to Ban Kit That Helps Women Fake Virginity หรือพอจะแปลเป็นไทยให้เข้าใจได้ว่า "ผู้ออกกฎหมายชาวอียิปต์เตรียมที่จะต่อต้านการนำเข้ามาของชุดผลิตภัณฑ์ ที่ช่วยทำให้สุภาพสตรีตบตาสุภาพบุรุษได้ว่ายังบริสุทธิ์อยู่" ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าชาวอียิปต์ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม และตามขนบธรรมเนียมประเพณีแล้ว การที่สุภาพสตรีไปมีเพศสัมพันธ์ก่อนการสมรสนั้นถือว่าเป็นกระทำผิดจารีตประเพณีอย่างร้ายแรง จึงทำให้สุภาพสตรีที่พลั้งเผลอไปมีเพศสัมพันธ์ก่อนการสมรสต้องลักลอบไปทำสาว หรือศัพท์ทางการเรียกว่า hymenoplastry คือการทำศัลยกรรมเพื่อซ่อมแซมเยื่อพรหมจารีใหม่ให้ดูเหมือนยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน แต่การทำศัลยกรรมเช่นนั้นก็มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง นั่นคือสาเหตุที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ผมกำลังจะพูดถึงนี้กลายมาเป็นที่นิยมในเวลาอันรวดเร็ว ผลิตภัณฑ์ที่ว่านี้มีชื่อเรียกว่า "Artificial Virginity Hymen Kit" ผลิตจำหน่ายภายใต้เครื่องหมายการค้า "Gigimo" ตามข่าวที่ฟ็อกซ์นิวส์นำมาลงบอกว่า ผลิตภัณฑ์นี้นำเข้ามาจากประเทศจีน ด้วยความสงสัยจึงทำให้ผมอดที่จะต้องค้นหาต่อไปไม่ได้ว่า แล้วจริงๆ ผลิตภัณฑ์ตัวนี้มันก่อกำเนิดมาจากไหน แล้วมันใช้ยังไง เพราะดูเครื่องหมายการค้าแล้วไม่น่าจะเป็นของจีน ตอนนั้นผมเดาเอาไว้ว่าน่าจะเป็นของญี่ปุ่นมากกว่า แล้วความกระจ่างก็เกิดขึ้นเมื่อผมเข้าไปที่เว็บไซต์ของผลิตภัณฑ์นี้โดยตรงนั่นคือ gigimo.com แล้วค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ชื่อว่า Artificial Viginity Hymen ก็จะเห็นรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ซึ่งได้เขียนอธิบายสรรพคุณและวิธีใช้ไว้ด้วย แต่สิ่งที่ทำให้ผมตะลึงหลังจากได้อ่านคำอธิบายสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ตัวนี้แล้วก็คือ เขามีอ้างอิงประเทศไทยด้วย และนี่คือส่วนหนึ่งที่เขาเขียนเอาไว้เป็นภาษาอังกฤษ ผมได้แปลมาให้อ่านคร่าวๆ ดังนี้ครับ ไม่ต้องกังวลกับการเสียความบริสุทธิ์ (เสียพรหมจรรย์) อีกต่อไป ด้วยผลิตภัณฑ์ตัวนี้ คุณสุภาพสตรีสามารถทำให้คืนแรกของคุณกลับมาอีกเมื่อไหร่ก็ได้ เพียงแค่ค่อยๆ สอดเยื่อพรหมจารีเทียมตัวนี้เข้าไปในช่องคลอดแล้วมันจะค่อยๆ ขยายตัวขึ้นทำให้รู้สึกกระชับ เมื่อชายที่รักของคุณสอดใส่เข้าไป ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ก็จะแตก ทำให้ของเหลวที่ดูเหมือนเลือดไหลออกมาในปริมาณที่พอเหมาะ คุณสุภาพสตรีก็เพียงแต่เพิ่มเสียงร้องครวญครางเข้าไปอีกนิด เท่านี้ก็จะทำให้ผ่านคืนนั้นไปได้อย่างไม่มีใครสามารถจับเท็จได้ ผลิตภัณฑ์นี้ผลิตขึ้นจากเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1993 และได้รับความนิยมมากในประเทศไทยในราวปี ค.ศ. 1995 ปัจจุบันได้แพร่กระจายไปทั่วภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ เอเชียใต้ และประเทศในแถบตะวันออกกลาง วิธีใช้ - เปิดซองแล้วนำเยื่อพรหมจารีเทียมออกมาถูไปถูมา แล้วค่อยๆ สอดเข้าไปในช่องคลอด ถ้าช่องคลอดแห้ง ก็ให้นำเยื่อพรหมจารีเทียมนี้ไปจุ่มน้ำซะก่อนแล้วค่อยใส่เข้าไปให้เร็วที่สุด - เมื่อใส่เข้าไปได้แล้วให้ปล่อยไว้ประมาณ 15 - 20 นาทีก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์ - และหลังจากมีเพศสัมพันธ์แล้วให้ทำความสะอาดช่องคลอด ขนาดบรรจุ 1 กล่องจะมีเยื่อพรหมจารีเทียม 2 ชิ้น ราคาขายอยู่ที่ 29.90 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,000 บาท ![]() ![]() ที่นี้ก็ชัดเจนแล้วละครับว่า ผลิตภัณฑ์ตัวนี้เคยมีคนนำเข้ามาขายในเมืองไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 หรือประมาณ 14 ปีมาแล้ว และผู้คิดค้นผลิตภัณฑ์ตัวนี้ก็คือญี่ปุ่นจริงๆ แต่ผู้จัดจำหน่ายคือจีน ก็อดสงสัยตัวเองไม่ได้ว่า ทำไมเราตกข่าวนี้หนอ แล้วนี่ท่านสุภาพบุรุษทั้งหลายจะถูกคุณสุภาพสตรีตบตาไปแล้วกี่รายก็ไม่รู้ แต่ทางที่ดี ถ้ารักกันจริงก็อย่าหลอกกันเลยนะครับ บอกกันตรงๆ จะดีกว่า เพราะจะได้ไม่รู้สึกว่าต้องเก็บความลับไปตลอดชีวิต ผมเชื่อว่าถ้ารักกันและเข้าใจกัน สิ่งนั้นคงไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตคู่หรอกครับ แต่มันคือความรัก ความเข้าใจ การให้อภัย ซึ่งกันและกันมากกว่า ที แรกก็ตัดสินใจอยู่นานว่าจะนำเรื่องนี้มาเขียนดีหรือเปล่า แต่หลังจากลองค้นหาในอินเตอร์เน็ตแล้วแทบจะไม่มีเรื่องนี้อยู่เลยในเว็บไทยๆ จะมีก็แต่เว็บต่าง ประเทศ ก็จึงตัดสินใจนำมาเขียน อย่างน้อยคนที่ยังไม่รู้ก็จะได้รู้ว่าเดี๋ยวนี้โลกเรามันพัฒนากันไปทุกด้านจริงๆ ส่วนใครมีความคิดเห็นยังไงเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ก็ร่วมแลกเปลี่ยนกันได้นะครับ หรือสุภาพสตรีท่านใดเคยนำไปใช้แล้วได้ผลยังไงจะร่วมแบ่งปันประสบการณ์ก็จะยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ BACK TO THE NATURE - CONTINUEDกลับคืนสู่ธรรมชาติ - ต่อจากตอนที่แล้ว เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน นี่ก็เกือบจะ 3 เดือนหลังจากที่ผมได้อัพเดตบล็อกก่อนหน้านี้แล้วซินะ วันนี้ก็เลยถือโอกาสเข้ามาอัพเดตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่อง Back To The Nature สักหน่อยว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างภายในระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา ที่แน่ๆ ก็จะเห็นต้นไม้ที่ปลูกไว้เริ่มโตขึ้น โดยเฉพาะต้นกล้วยที่ปลูกไว้ริมกระท่อมที่พักเริ่มออกหน่อขึ้นมาต้นละ 2 - 3 หน่อ ก็คิดอยู่ว่าจะขุดเอาหน่อที่ขึ้นมาใหม่ไปปลูกเพิ่มเติมอีกจะดีหรือเปล่า เพราะยังมีที่ว่างระหว่างไม้ยืนต้นอีกเยอะ แต่ก็ยังไม่มีแรงไปทำ ฮ่าๆๆๆ เพราะตอนนี้เพิ่งจะต่อแพเสร็จ แพที่ว่านี้ผมใช้ถังน้ำมันเครื่องซึ่งเป็นถังเปล่าขนาดจุ 200 ลิตร มีความสูง 90 ซม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 60 ซม. จำนวน 9 ใบมาใช้ทำเป็นทุ่นให้แพลอยน้ำได้ ซึ่งจะได้แพขนาด 3 X 4 เมตร ทำกัน 2 คนพ่อลูก (หมายถึงตัวผมเองกับคุณพ่อที่อายุจะ 80 ปีอยู่แล้ว) ใช้เวลา 2 วันเต็มๆ ก็ได้แพมานอนเล่นกลางบ่ออย่างที่เห็นในภาพ (ใครสนใจอยากได้แบบติดต่อได้นะครับ) การที่ผมตัดสินใจใช้เวลาว่างมาทำสวนที่บ้านเกิดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 - 4 วัน ทำให้ได้ประโยชน์หลายอย่าง ประการแรก คาดว่าในอนาคตอีก 5 ปีข้างหน้า ก็คงจะมีสวนไม้ผล ไม้ดอกยืนต้น และไม้ยืนต้นที่ร่มรื่นเอาไว้พักผ่อนและเก็บผลไว้รับประทานเอง หรือเอาไว้แบ่งปันเพื่อนบ้านหรืออาจจะเหลือขายได้บ้าง ประการที่สอง ทำให้ผมได้กลับไปดูแลคุณพ่อคุณแม่ที่เริ่มชรามากแล้วได้บ่อยขึ้น เรียกว่าเกือบทุกสัปดาห์ก็ว่าได้ ดูเหมือนท่านทั้งสองจะมีความสุขมากที่ได้เห็นผมกลับไปหาท่านบ่อยๆ ประการที่สาม ทำให้คุณพ่อกับคุณแม่ได้ออกกำลังกายด้วยการปลูกผัก เก็บผักเก็บผลไม้ไปขาย ท่านก็ไม่เหงาเพราะการที่นำผักผลไม้ที่ปลูกไว้เองออกไปขายตามตลาดนัด ท่านก็จะได้พบปะพูดคุยกับผู้คนมากมายที่มาจับจ่ายซื้อของ ซึ่งส่วนมาก ก็จะรู้จักมักคุ้นกันอยู่แล้ว นอกจากนี้ท่านยังต้องเป็นคนเฝ้าสวนที่ช่วยดูแลสวนเป็นอย่างดีอีกด้วย เมื่อได้ออกกำลังกายทุกวัน และมีผักปลอดสารไว้รับประทานเอง ก็จะทำให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมารบกวน สุขภาพจิตก็ดี จะได้อยู่กับเรานานๆ แค่นี้ก็ถือว่าคุ้มสุดๆ แล้วครับ ส่วนประการสุดท้ายก็คือ ผมได้ออกกำลังกาย ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ ได้มองเห็นต้นไม้และทุ่งนาสีเขียว และได้รับประทานอาหารจำพวกพืชผักผลไม้ที่ปลอดสารพิษอีกด้วย ที่เล่ามาทั้งหมดก็อยากจะให้ลูกๆ ทั้งหลายที่มีคุณพ่อคุณแม่อยู่ต่างจังหวัด แล้วตัวเองต้องมาทำงานหรือมีครอบครัวของตัวเองอยู่ในกรุงเทพ หรือต่างเมืองได้ลองคิดดูว่า ถ้าพอจะมีที่ทางอยู่บ้างก็น่าจะกลับไปทำอะไรเล็กๆน้อยๆ เพื่อให้เราได้มีกิจกรรมร่วมกันระหว่างพ่อแม่ลูก คนเป็นพ่อเป็นแม่ไม่ได้ต้องการอะไรมากมายจากลูกหรอกครับ เพียงแค่เห็นลูกกลับไปเยี่ยมเยียนบ้างแค่นั้นท่านก็มีความสุข และเป็นการต่ออายุให้ท่านได้แล้ว อย่ามัวแต่ทำงาน หรืออ้างว่าไม่มีเวลา หรืออยู่กับครอบครัวของตัวเองจนลืมนึกถึงท่านในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ อะไรที่เราพอจะทำให้ท่านมีความสุขได้ อย่าได้ผลัดวันประกันพรุ่ง ให้รีบทำทันที เพราะแค่วันเดียวอาจจะสายเกินไป แล้วมันจะเป็นรอยมลทินที่ติดอยู่ในใจของเราไปจนลมหายใจสุดท้าย ซึ่งผมก็ไม่อยากเป็นเช่นนั้น และก็ไม่อยากเห็นลูกๆ ทั้งหลายเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน หลายคนคงจะเคยดูทีวีช่วงหลังข่าว 2 ทุ่ม แล้วจะมีสกู๊ฟชีวิตมาให้ดู ผมอดน้ำตาร่วงไม่ได้เมื่อนักข่าวเขาไปสัมภาษณ์คนแก่ๆ ที่ถูกทอดทิ้งให้อยู่กันตามลำพัง โดยที่ท่านก็มีลูกหลานมากมาย แต่ไม่มีใครเคยแวะเวียนไปหาหรืออุปการะเลี้ยงดูท่านเลย มันเป็นเรื่องแปลกแต่จริงที่เขาว่า "พ่อแม่เลี้ยงลูกทุกคนได้ แต่ลูกๆ เลี้ยงพ่อกับแม่แค่สองคนไม่ได้" ก็ได้แต่หวังว่าใครที่เผลอเข้ามาอ่านเรื่องราวในบล็อกนี้คงจะได้คิดอะไรบ้างนะครับ อย่าปล่อยให้อะไรมันสายเกินไปเพียง เพราะเราคิดว่ามันยังไม่ถึงเวลา หรือมีความสำคัญน้อยกว่าเรื่องส่วนตัวของเราเอง เฮ้อ... เขียนกับเรื่องทำสวนอยู่ดีๆ ทำไมออกนอกเรื่องไปได้ก็ไม่รู้ คิดว่าใครที่อ่านมาถึงตรงนี้คงจะไม่งงนะครับ ผมไม่ใช่นักเขียนก็แบบนี้แหละ นึกอะไรขึ้นมาได้ก็เขียนไปเรื่อยๆ เอาไว้นึกอะไรออกอีกจะแวะเข้ามาเขียนต่อนะครับ วันนี้ขอแค่นี้ก่อน อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าบ้านน้อยในโลกไซเบอร์แห่งนี้ยังมีเจ้าของคอยดูแลอยู่ และไม่ได้ปล่อยทิ้งให้รกร้างว่างเปล่าแต่อย่างใด ถึงแม้ผู้คนมากมายที่เคยแวะผ่านเข้ามาทักทายกัน นับวันมีแต่จะห่างหายกันไปตามกาลเวลาก็ตาม ผมก็จะอยู่ตรงนี้ตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจและทาง Windows Live Spaces ยังให้บริการอยู่ BACK TO THE NATUREกลับคืนสู่ธรรมชาติ
4TH ANNIVERSARY OF MY SPACEวันครบรอบ 4 ปี ความจริงวันครบรอบปีที่ 4 ของการทำสเปซนี้ขึ้นมาไม่ใช่วันนี้ แต่เป็นวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา สเปซนี้ได้ถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2548 ซึ่งตอนนั้นถือว่ามีผู้คนที่ใช้บริการ Hotmail ให้ความนิยมกันมากมายทีเดียว ทำให้เกิดสังคมหนึ่งขึ้นบนโลกออนไลน์แห่งนี้ เป็นสังคมที่ทุกคนที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกันได้เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความรู้เพื่อจะได้นำมาใช้ในการพัฒนาและตกแต่งสเปซของตนเองให้ดูน่าสนใจ และนำเสนอเนื้อหาสาระ หรือแม้แต่แบ่งปันภาพถ่ายที่ประทับใจให้แก่กันและกัน จวบจนถึงวันนี้ก็อดที่จะขอบคุณทางทีมงานของ Windows Live Spaces ไม่ได้ เพราะถ้าไม่มีทีมงานนี้พวกเราก็คงจะไม่มีที่ว่าง (Spaces) ให้บรรดาผู้คนที่สนใจจะมีที่ว่างสักที่หนึ่งบนโลกไซเบอร์เอาไว้เขียนเรื่องราวเพื่อแบ่งปันความรู้ หรือประสบการณ์ดีๆ ให้แก่กันและกันได้ใช้ และที่สำคัญก็คือ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่ว่าง (Spaces) นี้แต่อย่างใด ปัจจุบันเว็บไซต์ที่ให้บริการจำพวก Web Log หรือ Blog นั้นได้เกิดขึ้นมามากมาย ทั้งในและต่างประเทศ จึงทำให้ผู้ที่นิยมเขียนเรื่องราวลงใน Blog มีทางเลือกมากขึ้น ซึ่งก็มีทั้ง Blog ที่ใช้ง่ายๆ โดยที่ผู้ใช้แทบไม่ต้องมีพื้นฐานความรู้เรื่องภาษาคอมพิวแตอร์อย่าง HTML หรือ Java Script เลยก็สามารถเขียน Blog ได้ ซึ่งก็นับว่าให้ความสะดวกแก่ผู้ใช้เป็นอันมาก เพราะฉะนั้น จึงเป็นสาเหตุให้ส่วนแบ่งหรือจำนวนผู้ที่เคยใช้ Windows Live Spaces แห่งนี้ลดจำนวนลงไปด้วย (อันนี้วัดตามความรู้สึกของผมเองนะครับ เพราะดูๆ ว่าคนไทยเข้ามาใช้บริการกันน้อยลง ไม่ค่อยคึกคักเหมือนปีแรกๆ แต่อาจจะมีชาวต่างชาติใช้กันมากขึ้นก็เป็นได้) หรืออาจะเป็นเพราะคนที่เข้ามาใช้บริการแรกๆ เริ่มหมดเรื่องที่จะเขียน หรือเริ่มเบื่อหน่าย ก็ยากที่จะทราบได้ คงต้องเป็นเรื่องของทางทีมงาน Windows Live Spaces เขาจะทำการวิเคราะห์หาสาเหตุกันเอาเอง สำหรับตัวผมเอง ก็เห็นได้ชัดว่า เริ่มมีเวลาให้กับสเปซนี้น้อยลงไปมาก ถ้าใครเคยเข้ามาที่นี่ตั้งแต่ปีแรกๆ ก็จะเห็นว่า สมัยนั้นผมเขียนบล็อกเดือนละอย่างน้อย 4 บล็อกขึ้นไป หรือเรียกว่ามีการอัพเดตบล็อกกันแทบทุกสัปดาห์เลยทีเดียว พออัพเดตปุ๊บก็จะมีเพื่อนๆ เข้ามาอ่านและแย่งกันเข้ามาเขียนคอมเม้นท์เป็นคนแรก ซึ่งยอมรับว่าตอนนั้นสนุกมาก เพราะเหมือนกับว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกไซเบอร์นี้ ในแต่ละวันก็จะมีเพื่อนๆ โดยเฉพาะหลานๆ ขอ Add Mail เข้าไปคุยใน Windows Live Messenger อยู่เรื่อยๆ จนทำให้ใน Contact List นั้นมีจำนวนเป็นพัน เวลาผมออนไลน์ทาง Windows Live Messenger ครั้งใดก็จะเห็นมีเพื่อนๆ ออนไลน์อยู่ไม่ต่ำกว่า 100 คน ซึ่งก็ยอมรับว่า ผมคุยแทบไม่ทัน เพราะต้องคุยพร้อมๆ กันไม่ต่ำกว่า 10 หน้าขึ้นไป เดี๋ยวนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป ถึงแม้ยังมีเพื่อนๆ หลานๆ ออนไลน์อยู่จำนวนมากพอสมควร แต่ผมเองกลับไม่ค่อยมีเวลาได้คุยกับใคร อย่างมากก็ได้แค่เข้าไปอ่านเมลหรือตอบเมลเท่านั้น และยิ่งพูดถึงการอัพเดตบล็อก ก็เห็นได้ชัดอีกเช่นกันว่า แทบไม่ได้อัพเดตอะไรเลย ไม่ใช่ว่าไม่อยากเขียนนะครับ อยากจะเขียนเรื่องราวมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิต แต่พอจะนั่งเขียนก็เขียนไม่ออก มันตื้อไปหมดก็เลยต้องปล่อยไว้อย่างนั้นก่อน หรือถ้าดีหน่อยก็อาจจะเอารูปที่ได้ไปเที่ยวมาตามสถานที่ต่างๆ มาลงไว้ให้ดูกันเท่านั้น แต่วันนี้คงปล่อยไปแบบเดิมไม่ได้ เพราะตั้งใจแน่วแน่แล้วว่า ครบรอบ 4 ปีแล้ว จะไม่เขียนอะไรเลยก็จะแปลกเกินไป ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาจากการทำสเปซนี้ทำให้ผมได้พบกับหลานสาวคนหนึ่ง ซึ่งแรกๆ ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับหลานๆ ที่มีความสนใจในเรื่องการทำสเปซทั่วไปที่ขอ Add Mail เข้ามาคุยกับผม เพื่อขอคำแนะนำในการพัฒนาสเปซ แต่หลังจากที่ได้คุยกันทาง Windows Live Messenger ก็ทำให้เริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น ทำให้เกิดความผูกพัน ทั้งๆ ที่ยังไม่เคยเจอกันตัวเป็นๆ ด้วยซ้ำ ผมยอมรับว่าไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้มาก่อนกับใครบนโลกไซเบอร์แห่งนี้ แต่กับหลานคนนี้ผมมีความรู้สึกรัก เป็นห่วง และเปรียบเสมือนส่วนหนึ่งของชีวิตของผมไปแล้ว อาจจะดูไม่เหมาะนักที่ผมจะพูดเรื่องแบบนี้ในสเปซนี้ แต่ก็แค่อยากจะบอกว่า ยังมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นมากมายจากการที่เรามีสเปซเป็นของเราเอง และผมก็ยังคงจะทำสเปซนี้ต่อไปเรื่อยๆ ท้ายนี้ ผมต้องขอขอบคุณทีมงาน Windows Live Spaces อีกครั้งที่ได้พัฒนา Web Log ดีๆ ให้พวกเราได้เข้ามาใช้บริการ ถ้าไม่มี Windows Live Spaces ผมก็อาจจะไม่ได้เจอหลานที่น่ารักคนนี้ก็ได้ สำหรับผู้ที่สนใจจะอ่านเรื่องราวในวันครบรอบแต่ละปีก็ลองคลิกเข้าไปอ่านตามลิงค์ข้างล่างนี้ได้เลยนะครับ วันครบรอบปีที่ 3 วันครบรอบปีที่ 2 วันครบรอบปีที่ 1 ไหนๆ ก็แวะมาแล้ว ก่อนจากกันไป ช่วยฝากข้อความเล็กๆ น้อยๆ ไว้ให้ด้วยนะครับ
จะเป็นข้อแนะนำ หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน หรือจะลงนามไว้เฉยๆ ก็ยินดีน้อมรับทุกข้อความด้วยความเต็มใจ อย่างน้อยก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของมิตรภาพที่จะสามารถสานต่อไปได้ในอนาคต Once you come here, before leaving please leave me any messages.
They can be any suggestions, idea exchanges, or just your name and URL of your space. All messages are welcomed. This will be a starting point for our friendship on this cyber world.
|
ลิงค์ของเว็บไซต์ที่เข้าบ่อย
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|